ISSP จับมือไมโครซอฟท์ เปิดตัวคลาวด์ a.csp ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ Azure

IMG_0525

บริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ จำกัด (ISSP) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและศูนย์ข้อมูลของไทย ประกาศความร่วมมือกับไมโครซอฟท์ เปิดตัวบริการคลาวด์ a.csp (อ่านว่า “เอซีเอสพี”) ที่มีจุดเด่นคือใช้แพลตฟอร์มเทคโนโลยีเดียวกับ Microsoft Azure มารันในศูนย์ข้อมูลของ ISSP เลย

การที่ a.csp ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ Azure (หลักๆ คือ Windows Server และ Windows Azure Pack) ทำให้ลูกค้าสามารถย้ายงานข้ามไปมาระหว่าง Microsoft Azure และ a.csp ได้โดยตรง ซึ่งก็ตอบโจทย์องค์กรที่อยากรันงานบนคลาวด์สายไมโครซอฟท์ แต่มีความต้องการเรื่องตำแหน่งที่ตั้งของศูนย์ข้อมูลในประเทศ-นอกประเทศด้วย

ISSP จับมือไมโครซอฟท์ เปิดตัวคลาวด์ a.csp ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ Azure

จะทำอย่างไร ?? ถ้าวันหนึ่งเว็บของคุณ กลับถูกเจ้าหัวขโมยไซเบอร์ฉกไป

thief

จะทำอย่างไร ถ้าวันหนึ่งเว็บของคุณที่กำลังสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ กลับถูกเจ้าหัวขโมยไซเบอร์ฉกไป กลายเป็นเว็บล่อแหลมอนาจาร ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง แล้วจะทำอย่างไรดีถึงจะได้เว็บแสนรักแสนหวงของคุณกลับคืนมา จะไปปรึกษาดี ควรจะไถ่คืน? แจ้งความดำเนินคดี? หรือว่า…จะตัดใจ T_T

ISSP ขอแนะนำดังนี้ครับ 

1. ติดต่อผู้ให้บริการจดโดเมนที่คุณใช้บริการอยู่
โดย แจ้งว่าคุณถูกขโมยโดเมน และขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบความมีเสถียรภาพทางระบบ อินเตอร์เน็ตโลก คือ Internet Corporation for Assigned Names and Numbers(ICANN) ซึ่งมีหน้าที่จัดการเกี่ยวกับการชื่อโดเมนและ IP Address เพื่อยื่นเรื่องขอชื่อโดเมนคืน รวมทั้งให้ช่วยติดต่อไปยังผู้ให้บริการจดชื่อโดเมนที่เว็บไซต์ของคุณถูกย้าย ไป

2. เตรียมหลักฐานความเป็นเจ้าของชื่อโดเมนของคุณ
เราจำเป็นต้องนำหลักฐานต่างๆ มายืนยันสิทธิ์การเป็นเจ้าของโดเมนเพื่อให้ทาง ICANN แน่ใจว่าไม่ใช่การหลอกลวง หรือแจ้งความเท็จ ซึ่งหากคุณไม่มีหลักฐานมายืนยัน ก็จะค่อนข้างยากที่จะได้โดเมนคืน เพราะฉนั้นควรรวบรวบหลักฐานให้ได้มากที่สุด เช่น หลักฐานการจดทะเบียนชื่อโดเมน หลักฐานการชำระเงินค่าจดทะชื่อโดเมน รวมทั้งข้อมูลการตรวจสอบชื่อโดเมนจากระบบค้นหาชื่อโดเมน (Whois) ซึ่งจะใช้ในการตรวจสอบได้ว่าชื่อโดเมนนี้ใครเป็นเจ้าของ เช่นจาก Checkdomain.com เป็นต้น

นอกจากนี้คุณยังต้องเตรียมหลักฐานในการถูกขโมยชื่อโดเมนไปไว้ด้วย เช่น อีเมลแจ้งการโอนย้ายข้อมูล หรือข้อมูลการติดต่อกับหัวขโมย หากมีการติดต่อมาเพื่อเรียกร้องเงินค่าไถ่โดเมนของคุณ

3. ขอหนังสือรับรองจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือชมรมผู้ประกอบการธุรกิจโฮสติ้ง
คือ เมื่อรวบรวมหลักฐานต่างๆได้เรียบร้อยแล้ว คุณต้องไปขอหนังสือรับรองจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือชมรมผู้ประกอบการธุรกิจโฮสติ้ง เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของโดเมนอีกครั้งหนึ่ง ทราบหรือไม่ว่าเดี๋ยวนี้มีกฏหมายค้มครองกรณีชื่อโดเมนถูกขโมย หรือกรณีที่เว็บไซต์ถูกทำให้เสียหายโดยที่เจ้าของชื่อโดเมนไม่ยินยอมด้วย ซึ่งจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

4. ส่งเอกสารไปยัง ICANN เพื่อขอหนังสือรับรองความเป็นเจ้าของโดเมน
เพราะ นอกจากหนังสือรับรองจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือชมรมผู้ประกอบการธุรกิจโฮ สติ้งแล้ว คุณยังต้องมีหนังสือรับรองจาก ICANN ด้วย จึงต้องทำการขอความร่วมมือไปยังผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนที่คุณใช้บริการ อยู่ เพื่อให้ช่วยส่งหลักฐานของคุณไปที่ ICANN จากนั้นรอการตรวจสอบจาก ICANN

5. ส่งหลักฐานทั้งหมดไปยังผู้ที่ให้บริการจดทะเบียนโดเมน
ที่ หัวขโมยโอนย้ายชื่อโดเมนของคุณไป และขั้นตอนสุดท้ายนี้ขึ้นอยู่กับหลักฐานที่คุณเตรียมมา หากคุณเตรียมเอกสารทุกอย่างไว้อย่างชัดเจน คุณก็จะประสบความสำเร็จในการทวงชื่อโดเมนที่คุณแสนรักแสนหวงกลับมาครอบครอง อีกครั้ง

จะทำอย่างไร ?? ถ้าวันหนึ่งเว็บของคุณ กลับถูกเจ้าหัวขโมยไซเบอร์ฉกไป

ISSP ผนึกพันธมิตรระดับโลก SAP ยกระดับตลาดคลาวด์ คอมพิวติ้งในไทย

da3f0c06507208b9924692feca872e97-0-600x352เมื่อเร็วๆ นี้ คุณกนกชนา เพ็ชรรัตน์ รองประธานฝ่ายพัฒนาช่องทางธุรกิจ บริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ จำกัด หรือ ISSP (ที่ 3 จากซ้าย) และคุณกัญชลิกา รักษาเกียรติ รองประธานฝ่ายการตลาด บริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ จำกัด หรือ ISSP (ที่ 4 จากซ้าย) ได้รับรางวัล Innovation Award, on Cloud Technology 2013 ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับนวัตกรรม SAP Business One บนเทคโนโลยีคลาวด์ ประจำปี 2013 และการสื่อสารข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตให้แก่องค์กรธุรกิจ โดยนำผลิตภัณฑ์ SAP Business One Cloud มาเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ b.cloud By ISSP ในงาน SAP Partner Kick Off 2014 โดยได้รับเกียรติจาก นาย ลีเฮอร์ ออบิซูร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอพี ประจำภูมิภาคอินโดจีน เป็นผู้มอบรางวัลในครั้งนี้ ณ โรงแรม เลอ เมอริเดียน กรุงเทพฯ

ISSP ผนึกพันธมิตรระดับโลก SAP ยกระดับตลาดคลาวด์ คอมพิวติ้งในไทย

ISSP ชี้ SAP B1 Cloud สุดคุ้ม หนุนอีคอมเมิร์ช ลดต้นทุนกลุ่ม SMEs

issp
อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ ( ISSP )
ชี้ SAP B1 Cloud สุดคุ้ม หนุนอีคอมเมิร์ช ลดต้นทุนกลุ่ม SMEs
บริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ จำกัด หรือ ISSP ผู้ให้บริการระบบ cloud ในประเทศไทย สนับสนุน กลุ่มธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม เปิดรับโซลูชั่น SAP Business One เพื่อเป็นตัวช่วยในการบริหารธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจสำหรับองค์กร ลดความเสี่ยง มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน ตามความต้องการของแต่ละองค์กร และลดต้นทุนการดำเนินงานด้านการจัดการระบบจัดเก็บข้อมูล
นางสาวกนกชนา เพ็ชรรัตน์ รองประธานฝ่ายพัฒนาช่องทางธุรกิจ บริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส  โพรวายเดอร์ จำกัด หรือ ISSP (Internet Solution & Service Provider Co., Ltd.)  ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต และการสื่อสารข้อมูล ผ่านอินเตอร์เน็ตครบวงจร เปิดเผยว่า ในปัจจุบันนี้ กลุ่มธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มอุตสาหกรรมใดๆ มีการ ปรับตัวอย่างรวดเร็ว การนำ SAP Business OneCloud (SAP B1 Cloud) มาใช้ในการบริหาร จัดการองค์กร ในด้านเทคโนโลยี จะช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการข้อมูลภายในองค์กร เห็นได้จากอัตราการเติบโตของตลาด ที่มีการขยายตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดมาตลอด โดยเฉพาะในต่างประเทศ สำหรับในประเทศไทย แนวโน้มการหันมาใช้เทคโนโลยี cloud  จะเริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีนี้สามารถทำให้องค์กรหรือธุรกิจสามารถ ขยับขยายได้อย่างคล่องตัว
โดยคุณสมบัติเด่นของโปรแกรม SAP Business OneCloud  คือ ระบบการทำงานที่ สามารถครอบคลุมทุกส่วนการทำงานได้ ตั้งแต่ การบริการการเงิน สินค้าการคลัง การจัดซื้อ  รายการสินค้า การผลิต รายการเข้าออกบัญชีธนาคาร และการบริหารกระแสเงินสด นอกจากนี้ SAP Business One Cloud ยังสามารถวิเคราะห์รายการซื้อ-ขาย และสร้างรายงานได้เองโดยง่าย ทำงานแบบเชื่อมโยงความสัมพันธ์ ช่วยในการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างอัตโนมัติ ตามแผนงานที่วางไว้ ลูกค้าสามารถลดค่าใช้จ่าย ด้านการดำเนินงานได้ด้วยการปรับใช้ระบบคลาวด์ และสามารถลดงานด้านการจัดการในแต่ละวันออกไปได้ในคราวเดียว โดยที่ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง Business Software หรือ Virtual Servers และ Virtual Desktop จาก cloud ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ ขั้นตอนหรือกระบวนการต่างๆ นอกจากนี้ cloud ยังมีศักยภาพในการรองรับและตอบสนองความต้องการของแต่ละ องค์กร ทั้งในรูปแบบ cloud ส่วนบุคคล ( Private cloud) และรูปแบบ cloud สาธารณะ ( public cloud) คือ การใช้บริการบนอินเตอร์เน็ต
ดังนั้น โซลูชั่น SAP Business One Cloud จะช่วยผสมผสานและปรับขั้นตอนการดำเนินธุรกิจ เพื่อตอบสนอง ความต้องการของลูกค้าต่อการเติบโตทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถควบคุมดูแลได้ทุกขั้นตอน ซึ่ง SAP Business One Cloud ออกแบบเพื่อใช้งานในธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของ เศรษฐกิจภาพรวมในประเทศไทย เรามั่นใจว่า SAP Business One Cloud จะเป็นตัวช่วยสำคัญ ที่ผลักดันมูลค่าและการเติบโต ที่ได้ผลกำไรแก่ลูกค้าในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี
” การลงทุนในระบบคลาวด์ (Cloud System) นับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของ ISSP เพราะสามารถตอบสนองกลุ่มลูกค้าขนาดเล็ก (SME) กลุ่มอีคอมเมิร์ช ( E-Commerce ) ที่มีการแข่งขันกันสูงมากในตอนนี้ และมีความต้องการเพิ่มช่องทางการในการค้าขายซึ่ง โซลูชั่นต่างๆที่ ISSP มี สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้งานที่ลูกค้าต้องการ ด้วยต้นทุนที่ถูกมาก เริ่มต้นเพียง 6,000 บาท ต่อเดือน ลูกค้าสามารถใช้งานซอฟท์แวร์อันดับ1 ของโลก ด้วยความเร็วสูงสุด นับเป็นคลาวด์เจ้าเดียวของคนไทย ที่มีโซลูชั่นเยอะที่สุด “
ปัจจุบัน SAP Business One Cloud จะเน้นไปที่กลุ่มค้าปลีก ตลอดจนการบริการจัดการที่ครอบคลุมธุรกิจค้าปลีกให้มากที่สุด โดยมีปลั๊กอินต่างๆ ( Plug-in Solution ) มาเสริมตามความต้องการของลูกค้า อาทิ โลจิสติกส์ คลังสินค้า การขนส่ง ซึ่งปลั๊กอินเหล่านี้ เป็นการลงทุนร่วมกับคู่ค้าระดับสากล ( International partner) ที่มีผู้ใช้ทั่วโลก แต่ทุกตัวทำงานร่วมกับ SAP หมด ซึ่งเหมาะกับกลุ่มลูกค้าเรา ที่มีแผนสำหรับการก้าวสู่เออีซี ( AEC) หรือการค้าขายกับต่างประเทศ เพราะระบบ SAP Business One Cloud นี้ สามารถ Interface กับ ระบบต่างประเทศได้เป็นอย่างดี คลาวด์ซิสเท็ม จึงนับเป็นเครื่องมือที่จะช่วยทำให้ธุรกิจของลูกค้ามีความพร้อม ที่จะเข้าไปแข่งขันได้ในตลาดโลกได้ นางสาวกนกชนา กล่าวทิ้งท้าย
ISSP ชี้ SAP B1 Cloud สุดคุ้ม หนุนอีคอมเมิร์ช ลดต้นทุนกลุ่ม SMEs

ISSP ผนึกพันธมิตรระดับโลก SAP ยกระดับตลาดคลาวด์ คอมพิวติ้งในไทย

0F4E73151ED1C990CC57D26DC85252E2เมื่อเร็ว ๆนี้ นายสุวิทย์ จินดาสงวน ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ จำกัด หรือ ISSP (Internet Solution & Service Provider Co., Ltd.) ( ที่ 2 จากซ้าย) และนายชยาม ประเสต บัดเดปุดิ รองประธานฝ่ายแอพพลิเคชั่น เอสเอพีประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ที่ 3 จากซ้าย) ประกาศความร่วมมือในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกันในการสร้างตลาดคลาวด์คอมพิวติ้งโฉมใหม่ในประเทศไทย โดย ISSP มุ่งหวังให้บริการโซลูชั่น SAP Business One Cloud บน b.cloud กับองค์กรธุรกิจในประเทศไทย โดยตั้งเป้าหมายขยายตลาดและเติบโตเพื่อสนองต่อกระแสความต้องการในภาคธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง ในปัจจุบันโซลูชั่น SAP Business One Cloud บน b.cloud นี้สามารถช่วยผสมผสานและปรับขั้นตอนการดำเนินธุรกิจ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าต่อการเติบโตทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ณ ห้อง Victor Club 1 อาคาร Park Venture ชั้น 8 ถนนเพลินจิต

ISSP ผนึกพันธมิตรระดับโลก SAP ยกระดับตลาดคลาวด์ คอมพิวติ้งในไทย

ISSP ผนึกพันธมิตรระดับโลก SAP ยกระดับตลาดคลาวด์ คอมพิวติ้งในไทย

cloud

บริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ หรือ ISSP ผนึกพันธมิตรระดับโลกอย่างเอสเอพี ในผลิตภัณฑ์ SAP Business One Cloud บน b.cloud ซึ่งเป็นการให้บริการด้านเทคโนโลยีคลาวด์ที่พัฒนาจาก ISSP โดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้ใช้งานในประเทศไทยสามารถบริหารงานบนแอพพลิเคชันผ่านทางอินเทอร์เน็ตสามารถดึงข้อมูลจากส่วนกลางได้จากทุกที่ทุกเวลา

สุวิทย์ จินดาสงวน ประธานกรรมการบริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ หรือ ISSP (Internet Solution & Service Provider Co., Ltd.) กล่าวว่า การประกาศความร่วมมือในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับเอสเอพี ในครั้งนี้ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างตลาดคลาวด์คอมพิวติ้งโฉมใหม่ในประเทศไทย ISSP มุ่งหวังให้บริการโซลูชัน SAP Business One Cloud บน b.cloud กับองค์กรธุรกิจในประเทศไทยโดยตั้งเป้าหมายขยายตลาดและเติบโตเพื่อสนองต่อกระแสความต้องการในภาคธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน โซลูชัน SAP Business One Cloud บน b.cloud นี้ จะช่วยผสมผสานและปรับขั้นตอนการดำเนินธุรกิจ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าต่อการเติบโตทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถควบคุมดูแลได้ทุกขั้นตอน

ประเทศไทยมีปริมาณการใช้บริการคลาวด์คอมพิวติ้งที่ขายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว องค์กรธุรกิจตระหนักดีถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้โซลูชันคลาวด์คอมพิวติ้งในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ความคล่องตัวและเติบโตโดยไม่ต้องลงทุนและใช้ทรัพยากรในการจัดหาคลาวคอมพิวติ้งมาใช้งาน

บัณฑิต ว่องวัฒนะสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ หรือ ISSP กล่าวว่า “การเพิ่มขึ้นของ 3G และเทรนด์การใช้โมบายดีไวซ์ในประเทศไทยถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการปรับใช้คลาวด์คอมพิวติ้งในประเทศไทย โซลูชัน SAP Business One Cloud บน b.cloud จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการโซลูชันคลาวด์คอมพิวติ้งสำหรับธุรกิจ การนำแอพพลิเคชันองค์กรที่เหนือชั้นของเอสเอพีมารวมกับการบริการ b.cloud ที่มีความคล่องตัวและสามารถปรับขนาดระบบได้ตามขนาดงาน ลูกค้า จะสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคลาวด์คอม พิวติ้ง นี้ เพื่อความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ”

ด้าน ชยาม ประเสต บัดเตปุติ รองประธานฝ่ายแอพพลิเคชัน เอสเอพี ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “SAP Business One ออกแบบเพื่อใช้งานในธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กโดยเฉพาะซึ่งเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจภาพรวมในประเทศไทย เอสเอพีให้ทางเลือกทั้งแบบออนพรีมิล (On-Premise) หรือ ออนคลาวด์ (On-Cloud) เพื่อความคล่องตัวต่อการใช้งาน เอสเอพียินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับพาร์ตเนอร์อย่าง ISSP สำหรับการให้บริการ SAP Business One Cloud ในตลาดประเทศไทย เรามันใจว่าเราช่วยผลักดันมูล่าและการเติบโตที่ได้ผลกำไรแก่ลูกค้าในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

ฟอร์ติการ์ดแล็ปส์พบภัยคุกคามในประเทศไทย 3 อันดับสูงสุด

 

ในโอกาสที่ มร.เดอริค มันคี ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ความปลอดภัย (Global Security Specialist) จาก ฟอร์ติการ์ดแล็ปส์ ซึ่งเป็นศูนย์วิเคราะห์ภัยอาชญากรรม ทางคอมพิวเตอร์ของฟอร์ติเน็ตจากประเทศสหรัฐอเมริกาได้เดินทางมาในประเทศไทย จึงได้เผยถึงการค้นพบภัยคุกคามที่เกิดในประเทศไทยระหว่างเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ที่ผ่านมา สูงสุด 3 ประเภท ได้แก่ ภัยทางโมบาย (Mobile threats) ภัยที่มาจากช่องโหว่ (Vulnerabuties) และบอทเน็ท (Botnets)

เดอริคได้แจ้งว่า ได้ภัยคุกคามประเภทภัยทางโมบายที่พบมากที่สุดเกิดบนแพลทฟอร์มแอนดรอยด์ ได้แก่ ซึ่งเป็นบอทเน็ททางโมบายใหม่และจะขโมยข้อความสั้นของเหยื่อ ตามด้วยภัย Android/Plankton Bltr ที่พัฒนาตัวมากจากบอทเน็ทบนพีซีและจะแอบดาวน์โหลดโค้ด และ Android/SMSSend.G49 ซึ่งจะแอบส่งข้อความสั้นไปยังเบอร์มือถือลูกค้าคนสำคัญ

การรุกรานที่เกิดจากปัญหามีช่องโหว่ อันดับสูงสุดที่พบในช่วงดังกล่าว คือ พวก ZmEu,Vulnerabllity, Scanner และ Vmware, Server, Directory, Traversal ที่แฮกเกอร์ใช้เป็นช่องทางแอบเข้ามาขโมยข้อมูลที่สำคัญของเหยื่อ และตามด้วย Joomla.JCE. Extension, Remote, File, Upload 49 ที่คุกคามระบบจัดการเนื้อหา (Content Management System) และเปิดการทำงาน Arbitrary Script

นอกจากนี้ ยังพบบอทเน็ทที่เกิดขึ้นมากสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ Vundo, Botnet ซึ่งพบตั้งแต่ ค.ศ. 2004 และทำงานให้แก่ภัยประเภทแอนตี้ไวรัสปลอม (Fake AV-Scareware) ตามด้วย Zeroacces, Botnet และ Jeefo, Botnet ซึ่งพบตั้งแต่ ค.ศ. 2008

ฟอร์ติการ์ดแล็ปส์ของดีเน็ต มีนักวิเคราะห์ภัย วิศวกร ผู้เชี่ยวชาญทางศาสตร์ด้านคุกคามโดยเฉพาะมากถึง 200 ท่านทั่วโลก ทำงานดักตรวจภัยที่ผ่านอุปกรณ์ฟอร์ติเกทที่องค์กรทั้งหลายใช้อยู่ทั่วโลก ติดตามพฤติกรรมน่าสงสัยต่าง ประมวลผลการวิเคราะห์ และกระทำการป้องกัน เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าของฟอร์ติเน็ตปลอดภัยจากภัยคุกคามใหม่ ๆ ทุกประเภท ทั้งนี้ ฟอร์ติเน็ตเป็นผู้ค้าผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยเครือข่ายเพียงรายเดียวที่มีทีมวิจัยและพัฒนาอยู่ทั่วโลกเป็นของตนเอง และสามารถสรุปสถานการณ์ด้ายภัยคุกคามได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

อนึ่ง ฟอร์ติเน็ต (NASDAQ: FTNT) เป็นผู้ให้บริการระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยเครือข่ายเป็นผู้นำตลาดด้านการจัดการภัยคุกคามแบบหลอมรวมหรือที่เรียกว่า Unified Threat Management (UTM) ทั้งนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการ Subscrlption จะปกป้องเครือข่ายจากภัยคุกคามต่าง ๆ ด้วยการป้องกันแบบรวมที่มีประสิทธิภาพสูงในขณะที่ช่วยปรับโครงสร้างด้านความปลอดภัยด้านไอทีให้ง่ายขึ้น กลุ่มลูกค้า ได้แก่ องค์กร ผู้ให้บริการ ราชการทั่วโลก ซึ่งอยู่ในกลุ่ม The 2009 Fortune Global 100

ทั้งนี้อุปกรณ์ฟอร์ติเกท (Fortigate) ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มความปลอดภัยชั้นนำของฟอร์ติเน็ต จะมอบประสิทธิภาพความปลอดภัยระดับ ASIC และรวมระดับด้านความปลอดภัยต่าง ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยป้องกันการคุกคามระดับเครือข่ายและแอพพลิเคชัน กลุ่มผลิตภัณฑ์ของฟอร์ติเน็ตมีมากกว่า UTM ที่จะช่วยรักษาความปลอดภัยขององค์กร ตั้งแต่อุปกรณ์ปลายทาง รวมทั้งพารามิเตอร์และส่วนคอร์ อันได้แก่ ดาต้าเบสและแอพพลิเคชัน สำนักงานใหญ่ของฟอร์ติเน็ตตั้งอยู่ที่เมืองซันนี่เวล รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

ISSP ผนึกพันธมิตรระดับโลก SAP ยกระดับตลาดคลาวด์ คอมพิวติ้งในไทย

ISSP ภูมิใจโครงการสไมล์มิลค์ เลือกใช้บริการคลาวด์ บริหารร้านค้าแฟรนไชส์

01

นายสุวิทย์ จินดาสงวน ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ จำกัด หรือ ISSP, รองศาสตราจารย์นพรัตน์ รุ่งอทัยศิริ หัวหน้านักวิจัยและโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนกลไกรองรับยุทธศาสตร์ด้านการตลาดนมโคสดแท้ 100%, อาจารย์ศรีจันทร์ ช่างวัฒนชัย นักวิชาการโครงการสไมล์มิลค์ และนายสมภล กฤษฎาสิมะ นักวิชาการศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันออกบูธโครงการ “ร้านสไมล์มิลค์” ในงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2558 ณ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ศ.ค.) อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

โดย ISSP เป็นผู้ให้บริการคลาวด์ในระบบ SAP B1 on Cloud สำหรับการบริหารจัดการร้านค้าเเฟรนไชส์ของสไมล์มิลค์ และด้วยประสิทธิภาพของบริการคลาวด์ที่มีความยืดหยุ่นให้กับธุรกิจแต่ละประเภทของ ISSP ทำให้ร้านค้าเเฟรนไชส์ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

ISSP ภูมิใจโครงการสไมล์มิลค์ เลือกใช้บริการคลาวด์ บริหารร้านค้าแฟรนไชส์

ISSP ผนึกพันธมิตรเปิด ‘b.cloud รับเทรนด์ธุรกิจยุคดิจิตอล

EyWwB5WU57MYnKOvYNOXw0iJb2ltDFixJYcUBbsSDJuk9zNvu4bDYD

อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ ผนึก 8 พันธมิตรระดับโลก เปิด “b.cloud” ขยายฐานสู่องค์กรธุรกิจด้วยบริการดาต้าเซ็นเตอร์ ออนดีมานด์บนเทคโนโลยีคลาวด์ คอมพิวติ้ง รับเทรนด์ธุรกิจยุคดิจิตอล…

นายสุวิทย์ จินดาสงวน ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ จำกัด หรือ ISSP กล่าวว่า ISSP ได้ร่วมกับ 8 พันธมิตรชั้นนำระดับโลก ได้แก่ ซีเอ อีเอ็มซี เอชพี ไมโครซอฟท์ สิงคโปร์เทเลคอมมูนิเคชั่น ทีโอที เทรนด์ไมโคร และวีเอ็มแวร์ เปิดให้บริการเทคโนโลยีการจัดการบริหารในรูปแบบใหม่ “b.cloud” เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ลดต้นทุนการจัดการระบบจัดเก็บข้อมูล ลดความเสี่ยง มีความยืดหยุ่นในการใช้งานของแต่ละองค์กร ที่เป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจยุคดิจิตอล อีกทั้งเป็นการต่อยอดบริการที่มีอยู่เดิมของ ISSP ที่ประกอบด้วย ระบบดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center), การเชื่อมต่อข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Internet Connectivity), โซลูชั่นระบบความปลอดภัย (Security Solution), โซลูชั่นการติดต่อสื่อสาร (Communication Solution) และการเชื่อมโยงระบบ (System Integration)

ประธานกรรมการ ISSP กล่าวต่อว่า “b.cloud” บีคลาวด์ คือการนำเทคโนโลยี cloud computing มาพัฒนาใช้ให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละองค์กร อาทิ Infrastructure as a Service หรือ IaaS คือ บริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นการให้บริการฮาร์ดแวร์สำหรับเซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ ระบบเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัย ในรูปแบบเวอร์ชวลไลเซชั่น (virtualization) ทำให้เราสามารถจัดสรรทรัพยากรได้แบบไดนามิค เช่น หากต้องการเพิ่ม-ลดขนาดของซีพียู ฮาร์ดดิสก์ หรือแรมของเครื่องเซิร์ฟเวอร์สามารถทำได้ทันที ตามความต้องการของผู้ใช้งาน (on demand) จาก cloud เทคโนโลยี ทำให้สะดวก ยืดหยุ่น และง่ายต่อการบริหารทรัพยากรไอที

NjpUs24nCQKx5e1GxVGwzW2L0hfUIrUbfjORxmE9CKz

นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่าในด้านของ Platform as a Service หรือ PaaS คือ บริการด้านแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นการให้บริการแพลตฟอร์มที่รองรับการทำงานของแอพพลิเคชั่น โดยผู้ใช้บริการสามารถปรับใช้และจัดการได้เอง โดยระบบ PaaS ประกอบด้วยระบบปฏิบัติการ ระบบฐานข้อมูล และระบบมิดเดิลแวร์ โดยผู้ใช้ cloud ในรูปแบบนี้จะเป็นกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Developer) ที่ต้องการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อใช้งานบน cloud และให้ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นนั้นใช้คุณสมบัติต่างๆ ของ cloud ที่จะไม่สามารถหาได้จากสภาวะปกติ (Non-cloud computing) โดยไม่ต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์ทุกอย่างเอง

และ Software as a Service หรือ SaaS เป็นโมเดลทางด้านธุรกิจที่กำลังเป็นที่นิยม โดยมีแนวความคิดพื้นฐานเป็นการเอามาแทนที่การซื้อซอฟต์แวร์แบบเก่าที่มีราคาแพง และการติดตั้งที่ยุ่งยาก โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อซอฟต์แวร์แพ็กเกจและเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อมาติดตั้งใช้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเอง สามารถเรียกใช้ Business Software บน cloud เทคโนโลยีได้ทันทีทุกที่ทุกเวลา ที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ เช่น การใช้ Email Application, ระบบ File Sharing/Content Management, ระบบ CRM Application สำหรับฝ่ายขายและฝ่ายบริการลูกค้า เป็นต้น

ด้าน นายบัณฑิต ว่องวัฒนะสิน กรรมการผู้จัดการ ISSP กล่าวว่า ขณะนี้เทคโนโลยี cloud เริ่มเป็นที่แพร่หลายในการบริหารจัดการองค์กร ในด้านเทคโนโลยี เนื่องจากสามารถลดต้นทุนการบริหารจัดการ เห็นได้จากอัตราการเติบโตของตลาดที่มีการขยายตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดมาตลอด โดยเฉพาะในต่างประเทศ สำหรับในประเทศไทย แนวโน้มการหันมาใช้เทคโนโลยี cloud จะเริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีนี้ทำให้องค์กร หรือธุรกิจสามารถขยับขยาย หรือปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ต่างๆ ได้อย่างคล่องตัว ยืดหยุ่น รวดเร็วมากขึ้น หรือที่เรียกว่า Business Agility โดยไม่มีภาระผูกพันที่ยาวนาน เมื่อใช้ cloud เทคโนโลยี มาช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กรธุรกิจ โดยที่ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง Business Software หรือ Virtual Servers และ Virtual Desktop จาก cloud ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอขั้นตอนหรือกระบวนการต่างๆ นอกจากนี้ cloud ยังมีศักยภาพในการรองรับและตอบสนองความต้องการของแต่ละองค์กร ทั้งในรูปแบบ cloud ส่วนบุคคล (Private cloud) และรูปแบบ cloud สาธารณะ (public cloud) คือการใช้บริการบนอินเทอร์เน็ต

ส่วน ดร.กนกวรรณ ว่องวัฒนะสิน ประธานกรรมการบริหาร  ISSP กล่าวว่า จากที่ ISSP ได้เป็นผู้บุกเบิกในยุคดอทคอมมาแล้ว คำถามที่พบบ่อยคือ หลังจากยุคดอทคอมแล้ว จะมีอะไรที่เป็นความเปลี่ยนแปลงแบบนั้นเกิดขึ้นอีก และ cloud computing ก็คือคำตอบ บริการ b.cloud ของ ISSP จะเป็นบริการ cloud computing ที่ได้รับความสนใจจากคนในวงการไอที รวมถึงองค์กรและธุรกิจต่างๆ และจะเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยข้อดีในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นบริการที่สามารถตอบโจทย์ต่อความต้องการของผู้ใช้ที่สามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นผ่านอินเทอร์เน็ต โดยผู้ใช้สามารถเข้ามาดึงเอาทรัพยากรข้อมูลส่วนกลางไปใช้ได้ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็ตาม การที่เราใช้ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมจากพันธมิตรระดับโลก และการที่เราเป็นผู้ที่อยู่ในธุรกิจด้านนี้มานาน มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการดูแล จัดการ บริการ b.cloud จะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาโครงข่ายสื่อสารข้อมูล วงจรที่จะเชื่อมต่อความเร็วสูง เพื่อรองรับข้อมูลมัลติมีเดียและสื่อดิจิตอลที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว.

ISSP ผนึกพันธมิตรเปิด ‘b.cloud รับเทรนด์ธุรกิจยุคดิจิตอล

ISSP เผยภาพรวมธุรกิจปี 57เติบโตฉลุย ชี้ b.cloud โตกว่า 100%

82700 1411028265นายบัณฑิต ว่องวัฒนะสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ จำกัด หรือ ISSP กล่าวว่า ทาง ISSP มั่นใจว่าในปีนี้ ตัวเลขผลประกอบการที่ออกมาจะเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากที่ผ่านมา ISSP ได้เน้นมาทำการตลาดเชิงรุกมากยิ่งขึ้น เพื่อขยายเพิ่มจำนวนลูกค้าจากฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่ ด้วยการเพิ่มโซลูชั่น รวมทั้งช่องทางการขายใหม่ๆ และเนื่องจาก ISSP เป็นผู้ให้บริการ cloud เป็นรายแรกๆ จากการพูดคุยรับฟังความต้องการของกลุ่มลูกค้า ทำให้ ISSP มีเข้าใจในความต้องการของตลาดดียิ่งขึ้น และสามารถนำเสนอบริการที่ตอบโจทย์ ที่ลูกค้าต้องการได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้เห็นว่าแนวโน้มความต้องการใช้เทคโนโลยีคลาวด์มีเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยคาดว่าในอนาคตจะมีการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดจากไอดีซีที่วิเคราะห์ว่าคลาวด์คอมพิวติ้งจะมีการเติบโตขึ้นทั่วโลก โดย ไอดีซีประเมินว่าจะมีมูลค่าตลาดรวมทั่วโลกมากกว่า 1 แสนล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2559

สำหรับในปีนี้ ISSP ตั้งเป้าผลประกอบการไว้ที่ 220 ล้านบาท จากเดิมในปี 2556 ที่มีผลประกอบการอยู่ที่ 190 ล้านบาท โดยเฉพาะธุรกิจ Cloud ขณะนี้คิดเป็นอัตราส่วนการเติบโตที่ 94 % และคาดว่าจะเป็น 100 % ในสิ้นปี 2557 ซึ่งจากผลประกอบการครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ทำให้เชื่อว่าภายในสิ้นปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยสัดส่วนรายได้ของบริษัทในปัจจุบัน ตามประเภทของการให้บริการ จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ หลัก คือ 1) Internet connectivity มีสัดส่วนประมาณ 30% 2) IDC (Internet Data Center) และ Cloud Computing Services มีสัดส่วน 50% โดยมีการเติบโตในสัดส่วนของ cloud มาทดแทนการ hosting เพิ่มมากขึ้นกว่า 30% และ 3) บริการอื่นๆที่เป็น value added services มีสัดส่วนอยู่ที่ 20% เพิ่มขึ้นจากเดิม ที่เป็นในรูปแบบการขายฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ปกติ  ด้วยการเพิ่มโซลูชั่นอื่นๆเสริมเข้าไป

บริการใหม่ในปีนี้ ของ ISSP คือ จะมีพันธมิตรมาช่วยเพิ่มบริการด้านโซลูชั่นมากขึ้น อาทิ การเซ็นสัญญาร่วมกับ EMC ในตอนนี้ ISSP เป็น Cloud Service Provider Partner เพียงรายเดียวของ EMC ในประเทศไทย โดย ISSP ได้เพิ่มรูปแบบการให้บริการ Backup as a Service โดยใช้โซลูชั่นของ EMC ทั้งหมด และนอกจากนี้ ภายในปลายปีนี้  จะเริ่มให้บริการ cloud ที่เป็น platform ที่ประหยัดขึ้น นอกเหนือจาก b.cloud ที่เป็น cloud แบบพรีเมียมที่เริ่มให้บริการไปแล้วกว่า 2 ปี  คือจะมี EazyCloud ซึ่งเป็น platform ที่มีราคาประหยัดกว่า โดยจะขายผ่านหน้าเว็บไซต์ เป็นแบบ self-service ลูกค้าสามารถทดลองใช้ และสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ได้เลย โดยบริการเบื้องต้นของ EazyCloud จะเป็นบริการด้าน cloud server, email, website เป็นต้น

ในด้านการปรับปรุงระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการเพื่อรองรับการขยายตัว ISSP ได้มีการลงทุนไปไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทในการปรับปรุงระบบ security และ network ต่างๆ รวมทั้งมีการเพิ่ม IDC อีกเป็น site ที่3 นอกจากนี้ ISSP ยังเป็นผู้ให้บริการรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองจาก SAP AG เยอรมันนี ที่ผ่านการทำ Certified Infrastructure Service Providerนอกจากนี้ ยังเพิ่มโซลูชั่น Software as a Service บน b.cloud นอกเหนือจาก SAP Business One Cloud ที่เริ่มให้บริการไปแล้ว เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เช่น โซลูชั่นด้าน retail , e-commerce, ระบบ POS,ระบบ HR, Work flow management, document management เป็นต้น ส่วนในด้านบริการที่เป็นบริการเสริม ISSP จะช่วยให้ลูกค้าที่อยากเปลี่ยนเทคโนโลยีมาเป็น virtualization แต่ยังอยากทำแบบเริ่มต้น  หรืออยากเป็น Hybrid Cloud ก่อน  โดยการวางระบบ cloud ไว้ที่ site ของลูกค้าเอง หรือดูแลเอง  โดย ISSP จะให้บริการ Private Cloud Setที่คิดค่าบริการแบบประหยัด สามารถเริ่มต้นทำ virtualization ภายในองค์กรได้ง่ายขึ้น และ สามารถเลือกซื้อ hardware บวกกับ cloud โซลูชั่นเป็น set ไปวาง และสามารถจัดการดูแลระบบด้วยตัวเอง หรือเลือกใช้บริการเป็นแบบ managed service ก็ได้ โดยจะมีทีมวิศวกรของ ISSP เข้าไปดูแลให้

ทั้งนี้ ISSP ได้แบ่งลูกค้าเป็น  2  ส่วน ได้แก่ 1.ลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมหรือองค์กรขนาดใหญ่ ที่มีความต้องการใช้บริการรูปแบบ Private Cloud หรือ Hybrid Cloud เนื่องจากลูกค้าต้องการความมั่นใจ ในเรื่องความ ปลอดภัยของข้อมูล ซึ่งองค์กรสามารถลงทุนสร้างระบบคลาวด์คอมพิวติ้งเองได้ด้วยโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่ และเสริมความสามารถด้านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการ เพื่อให้ระบบมีความสมบูรณ์แบบ มีความสามารถและมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น  และ 2.ลูกค้าที่มีองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลาง ที่มักจะเลือกใช้บริการในรูปแบบ Public Cloud ซึ่งเป็นการใช้บริการจากผู้ให้บริการหรือ Service Provider โดยไม่ต้องลงทุนเทคโนโลยีแต่ ประการใด ทั้งในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ระบบปฏิบัติการหลัก (Platform) ซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชัน (Software and Application) รวมถึงเซิร์ฟเวอร์ และสตอเรจ (Server and Storage) องค์กรเพียง แค่ระบุความต้องการใช้งานก็จะได้รับบริการจากผู้ให้บริการอย่างครบถ้วน โดยเสียค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริงเท่านั้น

โดยในปีนี้ ISSP ตั้งเป้ารุกเข้าไปทำตลาดในกลุ่มธุรกิจองค์กร (B2B) นอกเหนือจากกลุ่ม Manufacturing ที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักอยู่แล้ว โดยจะมีโซลูชั่นที่เหมาะกับการใช้งานสำหรับธุรกิจ Retail, Trading, และธุรกิจขนาดกลางถึงขนาดย่อมมากขึ้น โดยกลุ่มนี้นับเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการใช้บริการ cloud นอกเหนือจากการเพิ่มโซลูชั่นแล้ว ISSP ได้มองหาช่องทางในการขายเพิ่มขึ้น โดยจับมือกับ distributor partnerและ reseller partner เพื่อเพิ่มกำลังในการเข้าถึงตลาดให้มากขึ้นและภายในปลายปีนี้ ISSP จะเริ่มให้บริการ cloud แบบ self-service บนแพลตฟอร์ม     e-commerce ซึ่งนอกจากจะเป็นเครื่องมือช่วยเหลือคู่ค้า (partner) ในการขายแล้ว ก็ยังทำให้ISSP สามารถขยายบริการ cloud ไปยังกลุ่มลูกค้ารายบุคคล (B2C)  ได้อีกด้วย

“เทคโนโลยีคลาวด์ เริ่มเป็นที่แพร่หลายในการบริหารจัดการองค์กรในด้านเทคโนโลยี เนื่องจากสามารถลดต้นทุนการบริหารจัดการ ทำให้มีอัตราการการเติบโตของตลาดสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดมาตลอดโดยเฉพาะในต่าง ประเทศ  สำหรับประเทศไทย เทคโนโลยีคลาวด์ก็มีแนวโน้มเริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากทำให้องค์กรหรือธุรกิจในทุกภาคส่วนสามารถขยับขยาย หรือปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ต่างๆ ได้อย่างคล่องตัว ยืดหยุ่น รวดเร็วมากขึ้น หรือที่เรียกว่า Business Agility โดยไม่มีภาระผูกพันที่ยาวนาน เมื่อใช้คลาวด์เทคโนโลยีมาช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กรธุรกิจ นอกจากนี้ระบบคลาวด์ ยังมีศักยภาพในการรองรับและตอบ สนองความต้องการของแต่ละองค์กร ทั้งในรูปแบบของคลาวด์ส่วนบุคคล (Private cloud) และรูปแบบคลาวด์สาธารณะ (Public cloud) และรูปแบบของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป รวมถึงธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ ถือเป็นโอกาสของ บริการคลาวด์ เช่น การเข้ามาของ Digital TV ก็เป็นโอกาสสำคัญ เพราะมาพร้อมกับความต้องการใช้พื้นที่สำหรับจัดเก็บข้อมูล Content จำนวนมหาศาล” คุณบัณฑิต กล่าวทิ้งท้าย

ISSP เผยภาพรวมธุรกิจปี 57เติบโตฉลุย ชี้ b.cloud โตกว่า 100%

ไอเอสเอสพี ดัน “คลาวด์” สนองนโยบายรัฐ ช่วย SME ไทย แข่งขันยุคดิจิตอล อีโคโนมี

คุณบัณฑิตNew

ไอเอสเอสพี สนับสนุนนโยบายรัฐ “ดิจิตอล อีโคโนมี” แนะเอสเอ็มอีไทยปรับตัวใช้ “คลาวด์” เพิ่มช่องทางและโอกาสทางการตลาด เสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการ เพื่อเตรียมความพร้อมรับการแข่งขันเมื่อเปิดเสรีอาเซียนช่วงปลายปี มั่นใจเทคโนโลยีคลาวด์ คอมพิวติ้ง ตอบโจทย์ธุรกิจโลกอนาคต ลดต้นทุนไอที สามารถยืดหยุ่นการทำงานและเลือกใช้ได้ตามต้องการ เสริมศักยภาพการแข่งขันให้ธุรกิจไทย

นายบัณฑิต ว่องวัฒนะสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์เนต โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ จำกัด หรือ ISSP กล่าวสนับสนุนนโยบาย “ดิจิตอล อีโคโนมี” ว่า จะสามารถพัฒนาในส่วนของภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตต่อเนื่องและเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้ใช้เทคโนโลยีไอที มาเสริมความแข็งแกร่งและช่วยในการดำเนินธุรกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเมื่อเปิดตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี และเมื่อภาครัฐมีความชัดเจนในเชิงนโยบายแล้ว ภาคเอกชนและผู้ประกอบการ จึงจำเป็นต้องวางแผนนโยบายของธุรกิจให้สอดรับไปกับภาวะแข่งขันของตลาดในปัจจุบันและในอนาคต ให้สอดรับไปกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ โดยที่ผ่านมาพบว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ในเรื่องการค้นหาสินค้าและบริการ  คือ ต้องการความสะดวก ความรวดเร็วในการเข้าถึงรายละเอียด ด้วยการค้นหาผ่านระบบออนไลน์ มีการตัดสินใจที่รวดเร็วผ่านการหาข้อมูลด้วยตนเอง ผู้ประกอบการ หรือเอสเอ็มอี จึงจำเป็นต้องมีการปรับแผนการตลาดที่ให้มีความหลากหลายในเรื่องช่องทางการเข้าถึงสินค้าและบริการไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ในปัจจุบันประเทศไทยมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีการเลือกใช้เทคโนโลยีคลาวด์ คอมพิวติ้ง มาช่วยผู้ประกอบการรายย่อยในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและช่วยเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย  เรื่องการจัดการหน้าร้านบนเว็บไซต์  การบริหารคลังสินค้าที่สามารถตรวจเช็คสต็อคสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถวางแผนจัดซื้อสินค้าที่ขาดได้อย่างทันท่วงที และไม่ต้องสต็อกสินค้าที่ยังมีอยู่เกินความจำเป็น หรือแม้กระทั่งซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เช่น ระบบการจัดการด้านบัญชี, ระบบบัญชีเงินเดือน  หรือระบบอีเมล์ที่จะมาช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถทำได้เหมือนกับองค์กรขนาดใหญ่ โดยไม่ต้องลงทุนสร้างไอทีเซ็นเตอร์เป็นของตนเอง แต่สามารถใช้บริการสิ่งต่างๆเหล่านี้ผ่านระบบ “คลาวด์” ได้อย่างสะดวก และไม่เป็นภาระเรื่องต้นทุนที่มากเกินความจำเป็น

นายบัณฑิต กล่าวว่าไอเอสเอสพีมีความเชื่อมั่นว่าคลาวด์ จะเป็นคำตอบช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็ก สามารถแข่งขันกับคู่แข่งขนาดใหญ่ทั้งในประเทศไทย ตลาดเออีซี หรือแม้แต่ตลาดโลกได้ ดังนั้นก่อนจะเปิดเออีซี ธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศไทยจำเป็นต้องปรับตัว เพราะว่าคู่แข่งที่จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย สามารถเข้ามาเริ่มทำธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว จะไม่มีเรื่องข้อด้อยกว่าในเรื่องการจัดตั้งบริษัท หรือการวางระบบบริหารจัดการที่ยุ่งยากอีกต่อไป  เพราะคลาวด์ เป็นตัวช่วยที่สามารถตอบโจทย์ธุรกิจในโลกอนาคตได้อย่างแท้จริง สิ่งที่จะเป็นจุดแข็งของธุรกิจในอนาคต จะไปแข่งในเรื่องของตัวสินค้า และเรื่องความสามารถในการให้ข้อมูลถึงกลุ่มลูกค้าให้ได้มากที่สุด

เมื่อแนวโน้มการค้าของโลกอนาคต จะเป็นไปในรูปแบบของ “ดิจิตอล อีโคโนมี” และเป็นเรื่องที่ภาคธุรกิจหลีกเลี่ยงได้ยาก ฉะนั้นจึงต้องปรับตัวแล้วหันมาเลือกใช้เทคโนโลยีคลาวด์ มาช่วยในการบริหารจัดการธุรกิจแล้ว อย่างน้อยที่สุด คือมันเป็นช่องทางการทำการตลาดที่คุณต้องมีแล้ว เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการขายของ และเพิ่มรายได้  เพราะทุกวันนี้ทุกคนใช้มือถือ ใช้อินเตอร์เน็ต ค้นหาข้อมูลสินค้าและบริการผ่านโลกออนไลน์อยู่ตลอดเวลา การทำให้สินค้าและบริการของเราเป็นที่รู้จักมากชึ้น เป็นการเพิ่มช่องทางการทำการตลาดที่มากขึ้น เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น ย่อมเป็นผลดีต่อธุรกิจอย่างแน่นอน ฉะนั้นเมื่อเอสเอ็มอีไทยมีการเตรียมความพร้อมที่ดีแล้ว เมื่อเปิดเออีซี เราก็จะสามารถไปแข่งขันในโลกการค้าเสรีได้อย่างแข็งแรง” นายบัณฑิต กล่าวทิ้งท้าย

ไอเอสเอสพี ดัน “คลาวด์” สนองนโยบายรัฐ ช่วย SME ไทย แข่งขันยุคดิจิตอล อีโคโนมี